กำลังรวบรวมสินค้า ขึ้นชั้นวาง
กรุณารอสักครู่

0 %

X

บทความ 9 กันยายน 2566

การจัดการศัตรูพืชเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Brown planthopper) อย่างมีประสิทธิภาพ โดย สุเทพ สหายา

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Brown planthopper)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Nilaparvata lugens (Stal)
วงศ์: Delphacidae
อันดับ: Homoptera

ความสำคัญและลักษณะการทำลาย

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทั้งระยะตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ทำลายข้าวโดยดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นข้าว ทำให้ต้นข้าวเหี่ยวแห้ง ถ้ามีปริมาณแมลงมาก นาข้าวจะถูกทำลายแห้งตายเป็นหย่อมๆ เรียกว่าอาการฮอพเปอเบิร์น (Hopper burn) นอกจากการทำลายข้าวโดยตรงแล้ว แมลงนี้ยังเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสโรคจู๋ (ragged stunt) มาสู่ต้นข้าว ทำให้ผลผลิตข้าวลดลงอย่างมาก การระบาดของโรคจู๋ในปี พ.ศ. 2533 ข้าวพันธุ์ กข 7 และสุพรรณบุรี 60 ถูกทำลายมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ปี 2552 พื้นที่ระบาดครอบคลุมถึง 2 ล้านไร่

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเพศเมียส่วนใหญ่วางไข่ตามกาบใบ มีลักษณะเป็นกลุ่มเรียงกันเป็นแถวในแนวตั้งฉากกับกาบใบคล้ายหวีกล้วย ตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้ถึง 200 ฟอง ระยะไข่ประมาณ 7 วัน ตัวอ่อนมี 5 ระยะ ระยะตัวอ่อน 16 - 17 วัน ตัวเต็มวัย 15 วัน ลำตัวยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร มีสีน้ำตาลจนถึงสีน้ำตาลปนดำ ลักษณะปีกมี 2 แบบ คือ ชนิดปีกยาว (macropterous form) และชนิดปีกสั้น (bracrypterous form) ชนิดปีกยาวจะเพิ่มจำนวนเมื่อต้นข้าวมีสภาพไม่เหมาะสมสำหรับการวางไข่ในรุ่นต่อไป และจะอพยพไปหาแหล่งอาหารอื่น

แนวทางการป้องกันกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลโดยวิธีผสมผสาน

  1. วิธีเขตกรรม
    • เลือกใช้พันธุ์ที่ทางราชการแนะนำ เช่น พันธุ์ กข 29, กข31, กข41, กข47 หรือ กข49, พิษณุโลก 2, สุพรรณบุรี 1, สุพรรณบุรี 2, สุพรรณบุรี 3, สุพรรณบุรี 90 และในพื้นที่เดียวกันให้ปลูกข้าวหลากหลายพันธุ์เพื่อชะลอการปรับตัวของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
    • หว่านข้าวตามคำแนะนำในอัตรา 15 – 20 กก./ไร่ เพื่อไม่ให้ข้าวหนาแน่นมากเกินไป และสะดวกในการจัดการแมลงศัตรู โรค และวัชพืช
    • ใส่ปุ๋ยในอัตราที่เหมาะสม ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป เนื่องจากข้าวจะมีการเจริญงอกงามและเขียวจัดเหมาะสมต่อการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและแมลงศัตรูชนิดอื่น
    • ไม่ขังน้ำในนาตลอดเวลา ควรปล่อยให้ระดับน้ำมีพอดินเปียก เพื่อให้สภาพนิเวศในนาข้าวไม่เหมาะสมต่อการขยายพันธุ์ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
  2. การใช้สารชีวภัณฑ์: สำรวจแมลงอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรปล่อยให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดสูง กรณีระบาดไม่รุนแรงสามารถใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น สารสกัดสะเดา หางไหล โล่ติ๋น (ไม่ควรใช้ในแหล่งที่เลี้ยงปลา) หรือเชื้อราขาวบิวเวอเรีย ที่มีความเข้มข้นของสปอร์ไม่น้อยกว่า 10^9 สปอร์ต่อกรัม (มิลลิลิตร)
  3. การใช้สารเคมี
    • เมื่อพบเพลี้ยกระโดดถึงระดับ 10 ตัว/กอ (1 ตัว/ต้น) ให้ใช้สารกำจัดแมลงตามคำแนะนำดังนี้
      • พ่นสาร บูโพรเฟซีน 40%SC อัตรา 120 ซีซี/ไร่
      • หรือไดโนทีฟูแรน 10%WP อัตรา 60 กรัม/ไร่
      • ไดโนทีฟูแรน 20%SG อัตรา 30 กรัม/ไร่
      • หรือไพมีโทรซีน 50%WG อัตรา 50 กรัม/ไร่
      • หรือฟลอนิคามิด 50%WG อัตรา 50 กรัม/ไร่
      • หรือซัลฟอกซาฟลอร์ 50%WG อัตรา 50 กรัม/ไร่
    • หากการระบาดระดับรุนแรงถึง 50 ตัว/กอ (5 ตัว/ต้น) ให้ใช้สารที่มีกลไกการออกฤทธิ์ 2 กลไก หรือสารกลไกการออกฤทธิ์ใหม่ๆ เช่น
      • ไดโนทีฟูแรน 10%WP + ฟิโพรนิล 5%SC อัตรา 60 กรัม + 120 ซีซี/ไร่
      • ไดโนทีฟูแรน 10%WP + อิทิโพรล์ 10%SC อัตรา 60 กรัม + 180 ซีซี/ไร่
      • สารเดี่ยวกลุ่มใหม่ เช่นไพมีโทรซีน 50%WG อัตรา 50 กรัม/ไร่ หรือฟลอนิคามิด 50%WG อัตรา 50 กรัม/ไร่

      ห้ามใช้สารที่มีพิษสูงต่อมวนเขียวดูดไข่ เช่น สารอะบาเม็กติน และสารในกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์

  4. เทคนิคการพ่นสาร
    • ควรใช้เครื่องพ่นแรงดันน้ำสูง และขณะพ่นสารต้องกดหัวฉีดลงบริเวณโคนกอข้าวให้มากที่สุด หรือใช้แบบคานหัวฉีด เพื่อให้ละอองสารตกลงบนเป้าหมายโดยเฉพาะตัวเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้มากที่สุด
    • ไม่ควรใช้เครื่องยนต์พ่นสารชนิดใช้แรงลม (Mist blower) เนื่องจากเป็นระบบน้ำน้อย ใช้แรงลมเป่า ละอองสารส่วนใหญ่จะตกอยู่ด้านบนซึ่งเหมาะสมกับหนอนห่อใบข้าว แต่ไม่เหมาะสมกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
    • การใช้โดรนในการพ่นสารในนาข้าว ณ เวลานี้พบว่ามีประสิทธิภาพเฉพาะศัตรูพืชที่อาศัยหรือระบาดเฉพาะด้านบนกอข้าว เช่น หนอนห่อใบข้าว โรคใบจุด ใบไหม้ ขอบใบแห้ง แต่ประสิทธิภาพที่ใช้กำจัดหนอนกอ และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลยังไม่มีผลงานวิจัยยืนยันชัดเจน โดยเฉพาะกับข้าวนาหว่านน้ำตมที่มีต้นข้าวหนาแน่นมาก ละอองสารจากการใช้โดรนพ่นสารส่วนใหญ่ตกลงด้านบนกอข้าว

เรียบเรียงโดย สุเทพ สหายา

บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

บอกเราสิว่าคุณคิดเห็นยังไงกับข่าวนี้

ยังไม่มีความคิดเห็น สำหรับข่าวนี้ ในตอนนี้ เพิ่มความคิดเห็นแรกของคุณเลย

// อยู่ในช่วงระหว่างทดสอบ ท่านจะเห็นเเค่คอมเม้นท่านเท่านั้น ระบบจะไม่ได้เผยเเพร่บนสาธารณะ